ประเด็นเรื่องการทำ‘น้ำศ่อฟัร’

admin
0
ประเด็นเรื่องการทำ‘น้ำศ่อฟัร’ (วันนี้คือวันพุธสุดท้ายของเดือนศ่อฟัร)

หลักจากที่พี่น้องทั้งหลายได้รับข้อมูลวิชาการจากทางอุลามาอฺกลุ่มวะฮาบีย์คณะใหม่ที่หุก่มการทำน้ำศ่อฟัรว่าตกเป็นบิดอะฮ์อุตริกรรมที่ไม่มีในศาสนา ผู้ใดกระทำถือว่าลงนรก ไปแล้วนั้น

กระผมจะนำเสนอวิชาการคำฟัตวาตัดสินเรื่องการทำน้ำศ่อฟัรจากคำตัดสินของอุลามาอฺอะฮฺลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ของเรา เพื่อให้พี่น้องได้เกิดความกระจ่าง และเพื่อปกป้องอุลามาอฺของเรารุ่นก่อนๆที่ได้ทำกันมา ให้พ้นไปจากข้อกล่าวหาว่าทำบิดอะฮ์จากกลุ่มวะฮาบีย์คณะใหม่

ถ้าพูดนักวิชาการระดับแนวหน้าของโลกในยุคปัจจุบันในสายอะฮฺลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ที่ไม่ใช่สายวะฮาบีย์คณะใหม่ เป็นที่ทราบดีว่าคืออุลามาอฺอัลอัซฮัร กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เช่นท่าน ชัยคุลอิสลาม ดร.อะลีย์ ญุมอะฮ์ อดีตมุฟีใหญ่แห่งประเทศอียิปต์

ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย ลองมาอ่านคำฟัตวาในเรื่องการทำ‘น้ำศ่อฟัร’ จากคณะฟัตวาอัลอัซฮัร ว่าอุลามาอฺของเราได้มีการตัดสินหุก่มเรื่องนี้ว่าอย่างไร

ฟัตวาปี 2012.

การทำ‘น้ำศ่อฟัร’ หุก่มว่าอย่างไร ?
ชี้ขาดโดย สถาบันชี้ขาดปัญหาศาสนา ดารุลอิฟตาอฺ ประเทศอียิปต์

คำถาม : ฉันเป็นมุสลิมจากประเทศไทยและฉันอยากทราบว่า น้ำศ่ออฟัร(น้ำที่ทำขึ้นมาในเดือนซอฟัร) ดังเช่นที่กลุ่มศูฟีย์บางกลุ่มได้กระทำขึ้น และศูฟีย์บางกลุ่มในประเทศไทยก็ได้กระทำมันเช่นกันในทุกๆ เดือน จากเดือนศ่อฟัร เนื่องจากผู้รู้บางท่านมีความเห็นว่า บะลาอฺ(ภัยพิบัติ) จากอัลลอฮฺตะอาลา จะถูกส่งลงมาทุกปี ปีละ 320,000 บะลาอฺ(ภัยพิบัติ)

ซึ่ง บะลาอฺ(ภัยพิบัติ)ทั้งหมดนี้ จะถูกส่งลงมาในวันพุธสุดท้ายของเดือนศ่อฟัร (เดือนที่สองแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช) และในวันดังกล่าว จะปรากฏว่าเป็นวันที่มีปัญหามากที่สุดในรอบปี ดังนั้น ผู้ใดก็ตามที่ละหมาดในวันดังกล่าวนี้(วันพุธสุดท้ายของเดือน ศ่อฟัร) 4 ร็อกอะฮ์ โดยที่เขาได้อ่านซูเราะฮฺ์ ฟาติหะฮ์ 1 จบ ในทุกๆร็อกอะฮ์ แล้วตามด้วยซูเราะฮ์ อัลเกาษัร 17 จบ แล้วก็ตามด้วยซูเราะฮ์ อัลอิคลาศ(กุลฮุวัลลอฮฺ) 15 จบ แล้วก็ตามด้วยซูเราะฮ์ อัลฟะลัก และซูเราะฮ์ อันนาส อย่างละ 1 จบ หลังจากนั้นก็ให้สลาม แล้วก็ให้เขาขอดุอาอฺหลังจากให้สลามว่า ‘ขอให้อัลลอฮฺตะอาลา ทรงปกปักษ์รักษาตนเองจากภัยพิบัติต่างๆ ทั้งหลายที่ถูกส่งลงมาในวันนี้’

และในบางมัสยิด พวกเขาจะมารวมกลุ่มกัน เพื่อให้ผู้ที่มีความน่าเชื่อถือในหมู่พวกเขา ช่วยเขียนหมายเลขต่างๆ ลงในช่องว่างของบรรดาอายะฮ์อัลกุรอ่านแห่งความปลอดภัยทั้งเจ็ด และใส่ไว้บนนามชื่อของบรรดานะบีย์ต่างๆ เช่นอายะฮฺที่ว่า

سَلامٌ عَلَى نُوحٍ فِي الْعَالَمِينَ

‘ความศานติจงมีแด่นูหฺในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย’ ซูเราะฮฺ อัศ-ศ็อฟฟาต อายะฮ์ที่ 79.

โดย หลังจากที่ได้เขียนทุกอย่างใส่ในกระดาษเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ได้นำกระดาษชิ้นนั้นวางลงไปในน้ำ แล้วก็ดื่มน้ำนั้น โดยเชื่อมั่นในความเร้นลับของข้อเขียนในกระดาษนั้นว่า (อัลลอฮฺ)จะช่วยให้พวกเขาพ้นภัยไปได้ ดังนั้น การกระทำดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่มาจากบัญญัติศาสนาหรือไม่ ? หรือว่ามันเป็นอุตริกรรมที่หลงผิด ?

และด้านล่างนี้ คือ การะดาษที่แสดงรูปภาพของสิ่งที่ถูกเขียนในการทำน้ำซอฟัร

http://www.rabity.ac.th/article/art_240415.jpg

ตอบ ..

อัลกุรอ่าน เป็นทางนำจากอัลลอฮฺตะอาลา แท้จริงอัลลอฮฺตะอาลานั้น ได้ทรงทำให้อายะฮ์ต่างๆ ในอัลกุรอ่านของพระองค์มีข้อจำเพาะเจาะจงต่างๆมากมายที่พิเศษ เช่น สามารถใช้ในการป้องกันตนเองจากสิ่งต่างๆได้ ,สามารถใช้รักษาความผิดปกติต่างๆได้ ,สามารถใช้ในช่วงเวลาต่างๆที่จำเป็นได้ และยังสามารถใช้ปกป้องบะลาอฺ(ภยันตรายจากบททดสอบ)ต่างๆได้

เนื่องจากส่วนหนึ่งของความพิเศษต่างๆ จากบรรดาอายะฮฺเหล่านี้นั้น ก็ได้ถูกรายงานมาจากท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และส่วนหนึ่งก็ถูกรายงานมาจากบรรดาศ่อฮาบะฮ์และส่วนหนึ่งก็ถูกรายงานมาจากบรรดาสะลัฟุศศอลิหฺ(ชนรุ่นก่อนผู้ได้รับทางนำ) และส่วนหนึ่งจากสิ่งต่างๆเหล่านี้ ก็ได้ถูกบันทึกเอาไว้โดยบรรดาปวงปราชญ์ทั้งหลาย โดยปวงปราชญ์ได้เรียกมันว่า ُاَلْمُجَرَّبَات ‘มุญัรร่อบาต’(สิ่งที่ได้ทดลองกันมาแล้วและอัลลอฮฺผู้ให้เกิดผล

ซึ่งตราบใดที่'อัลมุญัรร่อบาต’(สิ่งที่ได้ทดลองกันมาแล้วและอัลลอฮฺผู้ให้เกิดผล)เหล่านี้นั้น เป็นการกล่าวรำลึกเพื่ออัลลอฮฺตะอาลา และไม่ได้รวมไว้ซึ่งสิ่งที่ต้องห้ามทางศาสนา และไม่ได้พาดพิงสิ่งต่างๆไปยังท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสิ่งที่ท่านไม่ได้กล่าวเอาไว้ ดังนั้น ‘อัลมุญัรร่อบาต(สิ่งที่ได้ทดลองกันมาแล้วและอัลลอฮฺให้เกิดผล) เหล่านี้นั้น ก็ถือว่าเป็นบัญญัติศาสนา และถือว่าเป็นสิ่งที่อนุญาตให้กระทำได้ ตามทัศนะที่เห็นพ้องต้องกันจากบรรดามุสลิมีนทั้งหลาย

แต่ทว่า ‘อัลมุญัรร่อบาต’(สิ่งที่ได้ทดลองกันมาแล้วและอัลลอฮฺทรงให้เกิดผล)ต่างๆเหล่านี้ มันจะเป็นอุตริกรรมที่หลงผิดได้ ก็ต่อเมื่อ มีใครคนใดคนหนึ่งไปดัดแปลงสิ่งต่างๆเหล่านี้ และทำให้บรรดามุสลิมหลงผิด ในขณะที่ยึดติด(โดยถือเป็นวาญิบ) กับ‘อัลมุญัรร่อบาต’(สิ่งที่ได้ทดลองกันมาแล้วและอัลลอฮฺให้เกิดผล)เหล่านี้ (เช่นกล่าวว่า ต้องทำน้ำศ่อฟัร ถ้าไม่ทำถือว่าหะรอม)

และมันก็จะเป็นอุตริกรรมที่หลงผิดเช่นกัน หากว่าใครคนใดคนหนึ่ง ได้ทำการปฏิเสธหรือคัดค้านในสิ่งที่บรรดามุสลิมในยุคก่อนๆ ซึ่งเป็นยุคที่ได้รับการรับรองในด้านความรู้และด้านคุณธรรม โดยที่พวกเขาทั้งหลายได้ปฏิบัติต่อกันมาในหลายยุคหลายสมัย ซึ่งไม่มีผู้ใดปฏิเสธหรือคัดค้านสิ่งต่างๆ เหล่านั้นแต่อย่างใด

ชี้ขาดโดย : สถาบันชี้ขาดปัญหาศาสนา ดารุลอิฟตาอฺ แห่งประเทศอียิปต์
http://www.rabity.ac.th/article/art_240415.jpg
www.rabity.ac.th

วัลลอฮุอะลัม 

ท่านอิหม่ามอะบูดาวูด อัศสะญิสตานีย์ ปราชญ์หะดีษในยุคสะลัฟ ได้เขียนรายงานมาว่า 

أَخْبَرْنَا أَبُوْ بَكْرٍ : قَالَ حَدَثَّنَا أَبُوْ دَاوُدَ ، قَالَ : رَأَيْتُ عَلَى ابْنٍ لِأَحْمَدَ وَهُوَ صَغِيْرٌ تَمِيْمَةً فِيْ رَقَبَتِهِ مِنْ أَدِيْمٍ . أَخْبَرْنَا أَبُوْ بَكْرٍ ، قَالَ حَدَثَّنَا أَبُوْ دَاوُدَ ، سَمِعْتُ أَحْمَدَ سُئِلَ عَنِ الرَّجُلِ يَكْتُبُ الْقُرْآنَ فِيْ شَيْءٍ ثُمَّ يَغْسِلُهْ وَ يَشْرَبُهُ؟ قَالَ : أَرْجُوْ أَنْ لَا يَكُوْنَ بِهِ بَأْسٌ

‘ได้เล่าให้เราทราบโดยท่านอะบูบักร์ เขากล่าวว่า ได้บอกเล่ากับเราโดยท่านอะบูดาวูด เขากล่าวว่า ข้าพเจ้าได้เห็นบุตรชายคนหนึ่งของท่านอิหม่ามอะหฺมัด(บินฮัมบัล หัวหน้ามัษฮับฮัมบะลีย์)โดยที่เขายังเด็กอยู่ ซึ่งมีเครื่องป้องกันที่ทำมาจากหนังได้อยู่บนต้นคอของเขา, และได้เล่าให้เราทราบโดยท่านอบูบักร์ เขากล่าวว่า อะบูดาวูด ได้บอกเล่าแก่เราว่า ข้าพเจ้าได้ยินท่านอิหม่ามอะหฺมัดได้ถูกถามเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่ทำการเขียนอัลกุรอ่านในสิ่งหนึ่ง หลังจากนั้น เขาก็ทำการอาบมันและดื่มมัน ? ท่านอิหม่ามอะหฺมัด กล่าวตอบว่า ข้าพเจ้าหวังว่า ไม่เป็นไร’

หนังสือ มะซาอิล อัลอิมามอะหฺมัด, อะบีย์ดาวูด อัศสะญิสตานีย์ หน้า 260.

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.
แสดงความคิดเห็น (0)
Ke atas
Loading...